ปกป้องบ้านให้ห่างจากหนู ด้วยเครื่องไล่หนู antipestthailand เครื่องไล่หนูอันดับ 1

เราตกลงกันว่า จากสำนักงานเราจะตรงไปโรงพยาบาลกลาง แต่จะแวะ “โรงพักกลาง” ก่อน โรงพักกลางก็คือพสับพลาไชยนั่นเอง การเรียกเช่นนั้นเพราะมีฝ่ายกองปราบฯ มาตั้งโต๊ะทำงานอยู่ชั้นบนจากเจริญกรุง (ยัง1ไม่วิ่ง1วันเ'วย์) เลี้ยวเข้ามายังไม่ทันจะถึงดี ทุกคนในรถถึงกับหัวคะมำ เพราะรถเบรกหยุดกะทันหัน มีทั้งตำรวจและทหารถือปีนขวาง มีบางคนประทับบ่าท่าทางเอาจริงเอาจัง เรายื่นหน้าออกไปให้เห็นชัดๆ “เดลิเมล์ ครับ”ถึงแม้จะประกาศตัวตนออกไปอย่างนั้น ท่าทีที่ถือปีนก็ยังคงเป็นความขึงชังเช่นเดิม และเมื่อโบกมือให้รถผ่านไปจอดหน้าสถานีตำรวจแล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ตามมาประกบ เราพยักพเยิดกัน ผมมีหน้าที่ลงไปเพื่อสำรวจตรวจสอบเพียงลำพัง (ภาคตระเวนผมจะไม่เอากล้องติดตัวมาด้วย)ตำรวจที่นั่นดูสับสน เฉพาะอย่างยิ่งชั้นสอง ตำรวจเดินขึ้นลงกันไขว่ ผมพยายามจะมองหานายตำรวจที่รู้จักก็ไม่พบ เราจึงถอยหลังออกจากที่นั่นโดยเชื่อว่าที่โรงพยาบาลกลางน่าจะมีร่องรอยอะไรให้เป็นเนื้อข่าวบ้าง ซึ่งก็เป็นความจริง ที่นั่นมีคนเจ็บอันเกิดจากถูกลูกหลงจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อยู่ริมเจ้าพระยาและที่นั่นเองก็ได้ข่าวว่ามีกลุ่มทหารเรือ “จี้” จับ จอมพล ป. พิบูล-สงคราม จากงานประกอบพิธีมอบเรือขุด “แมนฮัตตัน” แล้วนำไปขังไว้ในเรือรบหลวงศรีอยุธยาที่ลอยลำอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยารายละเอียดตรงนี้ในขณะนั้นเป็นสิงที่เราไม่เอะไร หรือเกระท่อนกระแท่น เราตกลงกันว่าจะทิ้งใครคนหนึ่งไว้ที่โรงพยาบาลกลาง แน่นอน,ย่อมเป็นผม เพราะคุณอำนวยเจ้าของสายนั่งทำงานอยู่ในสำนักงานรถจี๊ปจะตระเวนไปไหนผมไม่ทราบ แต่ผมยึดที่นั่นเพื่อสำรวจตรวจตราคนเจ็บที่มักจะถูกถามว่ามาจากไหน? ทำไมจึงถูกปีนยิง เครื่องไล่หนูราคาถูก  เขาจะบอกว่ามีการยิงกันจากทั้งสองฝังแม่น้า ผมเฝ็าที่นั่นจนกระทั้งเกือบหกโมงเย็นจึงหาทางกลับเข้าโรงพิมพ์ ประการแรกคือ เดินแล้วลัดเข้าทางสถานีรถไฟหัวสำโพงซึ่งมีการตั้งซุ้มตำรวจและทหารบกรวมทั้งมีหน่วยลาดตระเวน จากนั้นผมจะเดินเข้าถนนมหาพฤฒารามไปทะลุออกเจริญกรุงแล้วอีกหน่อยเดียวก็ถึงสำนักงาน ฟังอย่างนี้จะเสึกว่าใกล้นิดเดียวแต่บรรยากาศขณะนั้นทำให้เดินได้ไม่รู้จักเหนื่อยเมื่อยล้า ผมถึงโรงพิมพ์เอาเย็นยาคาแล้ว กลุ่มตระเวนกลับมาแล้ว ต่างคนต่างเขียนในสิ่งที่เห็นหรือได้ข่าวมา ช่างภาพทำงานหนักทีเดียว เช่นเดียวกับคุณอำนวยที่กอดวิทยุฟังประกาศของส่วนราชการที่มักมีเสียงปีนสลับให้ได้ยิน“ตอนนี้ ใครเขียนข่าวเสร็จแล้วไปหาข้าวกินแล้วกลับมาช่วยกันต่ออีก” คุณสมบูรณ์ลังเมื่อกลับจากกินข้าวก็สลับให้คุณอำนวยไปกินบ้าง  กำจัดกลิ่นหนูในรถ และต่อจากนั้นคุณอำนวยก็เข้ามาทำหน้าที่ “ช็อตแฮนด์” ต่อ ทั้งสามคนคือคุณสมบูรณ์,คุณทนง, คุณพูนศิลป็ อยู่กันพร้อมหน้า รวมทั้งคุณเซลงและคุณสนิทจัดแจงแบ่งงานกันทำคือตรวจข่าวที่พวกเราเขียนให้ แล้วเอาข่าวที่คุณอำนวยจดซึ่งจะมีเวลาเป็นตัวหลักเข้ามาสอด

 

เนื้อหาหน้าในเช่นหน้าสาม วงจรเครื่องไล่หนู  ที่ทำไว้ถูกถอดออกหมดเหลือเฉพาะบทนำ หน้าสี หน้าห้า จนกระทั่งถึงหน้าแปดเป็นหน้าต่อข่าวจากหน้าหนึ่งทั้งสิ้น การทำงานที่ทำกรอบเดียวจึงไม่ต้องรีบร้อนแต่ในตอนหัวคาราวๆ ทุ่มเศษๆ มี “พิมพ์ไทย” ฉบับข่าวพิเศษออกมาขาย (ยังไม่มีเด็กเร่ขาย) คุณสมบูรณ์บ่นนิดหน่อยว่า มัวแต่ยุ่งเลยคิดไม่ทัน หรือจะว่าไม่ทันคิดก็พอได้กระมัง “พิมพ์ไทย” จึงเท่ากับก้าวรุดหน้าไปหนึ่งก้าว คุณสมบูรณ์ขอให้คุณสนิทตรวจสอบเนื้อหาแล้วทำหน้าสามเสียใหม่เหมือนเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงแรกไว้หน้าสาม หน้าหนึ่งจะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืนจนถึงดึก นั่นคือรูปแบบงานที่ในยุคนั้นข่าวคราวคืบหน้าไปบ้างแต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีข่าวว่าจะมีการนำจอมพล ป.มาที่โรงไฟฟ้าวัดเลียบ คุณสมบูรณ์โยนภาระนื้ให้เป็นหน้าที่ของผมไปสังเกตการณ์  ไม้ไล่หนู ผมนั่งสามล้อจากสี,พระยาเมื่อเวลาประมาณสี่ทุ่มเห็นจะได้ สามล้อที่ใช้แรงงานถีบพาผมแล่นมาจนถึงสี่แยกวัดตึก มีเสียงปีนที่ยิงกันดังสนั่น คนขี่สามล้อหักแฮนด์เข้าชิดริมถนนแล้วโดดลงจากอาน “ผมไม่ไปแล้ว คุณไปเองเถอะ”ผมจ่ายเงินให้แล้วก็ลงเดินต่อตรงไปทางโรงภาพยนตร์คิงส์ เลี้ยวไปทางสะพานหันแล้วเดินตรงไปตามถนนนั้นซึ่งจะไปถึงโรงไฟฟ้าวัดเลียบได้ไม่ยาก แต่เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางเห็นจะได้ ผมเห็นทหารเรือกระจายกำลังขวางถนนและไม่ยอมให้ใครผ่าน มีชาวบ้านมาเตร่ดูไม่มากนัก ฉะนั้นผมจึงได้ทราบว่ามีการยึดโรงไฟฟ้าวัดเลียบไว้เรียบร้อยแล้ว การที่จะรอจนเที่ยงคืนอันเป็นเวลานัดหมายนั้นจึงเชื่อได้ว่าจะยังไม่เกิด  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจเดินกลับออกมาจนเลยสี่แยกวัดตึกจึงพอหาสามล้อได้เป็นยานพาหนะกลับโรงพิมพ์กลับมาถึงเป็นเวลาที่กำลังรับประทานอาหารมื้อพิเศษคือข้าวต้ม-กับที่ฝ่ายจัดการจัดมาให้หลังเที่ยงคืน อาหารมื้อนั้นผ่านไป คุณอำนวยยัง

 

เครื่องไล่หนูในรถยนต์

Write a comment

Comments: 0