สารพัดวิธธีไล่หนู และ หนูอยู่บนฝ้าไล่อย่างไรดี  ไม่ให้ฝ้าเพดานเสียหาย

 ในทางการเมืองซึ่งจะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญต่อไปจนลามไหม้มาถึงหนังสือพิมพ์ด้วยเหตุผลที่ว่ามานี้ ผมจึงหยิบมาบอกกล่าวเล่าไว้โดยทางการเมืองได้มืความเคลื่อนไหวและเป็นที่จับตาของรัฐบาลที่ถูกเรียกขานว่า “เผด็จการ” กล่าวคืออดีต ส.ส.เทพ โชตินุชิต หัวหน้าพรรคเศรษฐกร มีนายแคล้ว นรปติส.ส.ขอนแก่น เป็นเลขาธิการและพรรคพวกอีก ๑0 คน รวมเป็น ๑๒  ขุนพันธ์ คนได้เดินทางไปเยือนจีนแดงซึ่งในยุคนั้นไม่มืความสัมพันธ์ทั้งยังถือว่าเป็นคัตรูทางการเมืองด้วยในเมื่อที,นั่นปกครองโดยใช้ลัทธิคอมมิวนิสม่ซึ่งประเทศไทยแอนตี้แต่ ส.ส. ก็ไม่สนใจ ด้วยเหตุนี้จึงถูกมองว่าเป็นผู้นิยมในลัทธิคอมมิวนิสม์ไปด้วยการเดินทางไปยังจีนแดงสมัยนั้นต้องไปขึ้นเครื่องบินต่อที่ฮ่องกงเมื่อจีนแดงเป็นเจ้าภาพเชิญมา ผู้เดินทางจะได้รับการนัดหมายว่าจะขึ้นเครื่องบินไปวันและเวลาใด การเดินทางของหัวหน้าพรรคเศรษฐกรและพวกทั้ง ๑๒ คนจึงถูก “หมายหัว” ซึ่งหมายถึงว่ากลับมาเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นการเดินทางกลับฝ่ายตำรวจสามารถจะรู้ได้ไม่ยาก ใช่แต่เท่านั้นยังล่งนายตำรวจระดับนายพลไปคักรอที่ฮ่องกงด้วย คือ ล่ง พล.ต.จ. สมานรูปคุปต์ ไปทำหน้าที่อัน พล.ต.จ.สมานนั้นแม้จะเป็นที่รู้จักกันดีในหยู่นักการเมือง แต่หน้าตาที่เติมแต่งหนวดเข้าไปหน่อย เอาเสื้อ-กางเกงที่จะทำให้ดูเป็นคนจีนสวมเข้าไปแถมสวมหมวกหลุบปีกเล็กๆ ก็คงไม่มืใครจำท่านได้ผมไม่ทราบว่าหัวหน้ากลุ่มคือนายเทพ โชตินุชิต จะรู้หรีอเปล่าว่าในเที่ยวบินจากฮ่องกง-กรุงเทพฯ เที่ยวนั้น (๒๑ กุมภาพันธ์ ๒ร:๙๙) เมื่อเครื่องบินร่อนลงในเวลา ทั้ง ๑๒  คลื่นไล่หนู คนก็อยู่ในสายตาของนายพลผู้นี้ซึ่งคงมีการติดต่อกันไว้แล้ว  ฉะนั้น พอประตูเครองบินเปิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแล่นเข้าไปรอรับเลยทีเดียว มีนายพลตำรวจสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

 

จนเมื่อบุคคล ๑๒ คนก้าวขึ้นรถ เจ้าหน้าที่หลังส่งหมายให้ดูแล้วแล่นออกจากสนามบินไป นายพลตำรวจสมานจึงเดินไปขึ้นรถยนต์อีกคันนั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินดอนเมือง แต่ที่สนามหลวงสนามของไฮด์ปาร์กวันเดียวกันเพียงแต่ต่างเวลา นักพูดไฮด์ปารักมานั่งอดข้าวประท้วงรัฐบาลหลายวันแล้วและไม่เพียงแต่ที่สนามหลวงเท่านั้น ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล43ก็มีการอดข้าวโดยมี นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ ผู้นำไฮด์ปารักมานั่งอดข้าวแถมยังมีนักไฮด์ปารักชื่อนายทนงคักดี้ ทรงวิสุทธิ้ แสดงปฏิกิริยา “โกนหัว” มีนายพีรั บุนนาค เป็นอีกคนที่ร่วมขบวนอดข้าวกับประชาชนอีกส่วนหนึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒รr๙๙พล.ต.อ.เผ่าจะเข้าทำเนียบก็แวะเยี่ยมเหมือนจะดูว่า อ้ายที่ว่าอดข้าวนั้นอดจริงเปล่า ฝ่ายนั่งอดข้าวก็ไม่พูดจาอะไร ส่วนจอมพล ป.นายกรัฐมนตรีนั่งรถยนต์เข้าทำเนียบและออกจากทำเนียบโดยไม่แวะเยี่ยมเยียนเหมือน พล.ต.อ.เผ่าเมื่อเริ่มศักราชใหม่ ๒๔๙๙ นั้น สัญญาณทางการเมืองเริ่มส่อเค้าว่าจะลุกลามบานปลายถึงขั้น  เครื่องไล่หนูในรถยนต์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เลขาธิการพรรคเสรีม'นงคศิลา และอธิบดีกรมตำรวจ ถูกจับให้สาบานกลางวงไอด์ปาร์กในขณะที่ความไม่พอใจก็เกิดขึ้นด้วยแต่ท่ามกลางผู้คนหลายพันคนพร้อมทั้งการยืนประจันหน้าเช่นนั้นย่อมไม,สามารถแก้ปัญหาอะไรได้มากไปกว่าจำเป็นต้องกล่าวคำสาบานตามที่ผู้กล่าวนำพูดนำถึงขั้นให้ฉิบหายบรรลัยจักรไม่มีใครบอกได้ว่า ถ้าเสน่ห์ โกมารชุน นักพากย์หนังซื่อกระฉ่อนไม่ถูกล่งขึ้นไปขัดจังหวะด้วยการร้องเพลงด้วยวิธี “ด้น” เนื้อร้องขึ้นมาให้เกิดความสนุกสนานแล้ว ความสงบจะยังคงอยู่หรือไม่แล้วการชุมนุมไฮด์ปาร์กนัดต่อจากนั้น (๒๒ มกราคม ๒cr๙๙) ก็ถึงเลือดจนได้ เมื่อนักพูดที่เป็นประชาชนก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นไฮด์ปาร์กหยิบเอา พ.ร.บ.ประกันลังคมขึ้นมาพูด หยิบเอาพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีบางคนขึ้นมาพร้อมกับบอกว่าถึงเวลาที่จะ “ขับไสไล่ล่ง” ลงจากเก้าอี้ได้แล้ว เสียงโห่ตอบรับสนั่นทุ่งพระเมรุทีเดียวแหละ ยิ่งคนพูด   เครื่องไล่หนูไฟฟ้า กระตุกมีดออกมากรีดเลือดที่แขนก็เหมือนกระพือไฟให้ลุกโซนเมื่อบรรยากาศเริ่มสุกงอมได้ที่ประหนึ่งนํ้าที่กำลังต้มเริ่มเดือด

 

พอมีเสียงตะโกนว่าขอให้ทุกคนออกเดินไปบ้านของจอมพล ป.พิบูลสงครามซอยชิดลม เท่านั้นแหละผู้คนทั้งหลายที่ชุมนุมกันอยู่ก็ขับเคลื่อนออกจากที่นั้นคุณอัสนี เชาวน์ฤทธิ้ นักข่าวสายการเมืองของ “เดลิเมล์” ก็ต้องเดินตามขบวนนัก’ไฮด์ปาร์กด้วยจากสนามหลวงจนถึงซอยชิดลมไม่ใช่หนทางใกล้ๆ แต่ขบวนที่ยกกันมาก็มิได้ย่อท้อ ส่งเสียงร้องโห่เป็นเชิงปลุกใจไปด้วยปรากฏว่าที่ซอยชิดลมอันเป็นท้องที่ของ สน.ลุมพืนี ที่ยกกำลังมาตั้งรับ ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันได้ไม่นานก็เริ่มมีการกระแทกกระทั้นตีรวน ไม่รู้ว่าใครเป็นใครแต่ที่รู้แน่ๆ คือ คุณอัสนีได้รับบาดเจ็บแถมยังพ่วงเอาหัวหน้ากองบรรณาธิการที่ตามมาลังเกตการณ์ได้รับบาดเจ็บไปด้วยหัวหน้ากองฯ สนิท เอกขัย ขอรับทั้งสองคนได้บาดแผลไปคนละนิดละหน่อยปรากฏว่าในเวลาต่อมา วิธีไล่แมลงสาบ ตำรวจท้องที่จับบุคคลที่ก่อกวนพร้อม “สนับมือ” ที่ใช้เป็นอาวุธไว้ได้ ชื่อประสิทธิ้ สิทธิไพบูลย์ อายุ ๓๒ ปี มีอาชีพเป็นสายส่งหนังสือพิมพ์ ต้องเรียกว่าพวกเดียวกันเองเมื่อมีการสอบปากคำทั้งคุณสนิทและคุณอัสนีต่างไม่ติดใจเอาความตำรวจจึงปรับนายประสิทธิ้เป็นเงิน ๒๐๐ บาทเรียกว่าไฮด์ปาร์กครั้งนี้ดุเดือดที่สุดนับแต่มีการอนุญาตให้พูดกันได้“นํ้าหอม” ผู้เขียนคอลัมน์ “ปรากฏการณ์ในบ้านเรา” เป็นประจำทุกวันจันทร์ซึ่งเป็นฉบับพิเศษ สรุปง่ายๆ ถึงไฮด์ปาร์กว่า“นับวันจะทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น”ผมได้เคยเกริ่นเอาไว้ว่าเรื่องของไฮด์ปาร์กถือได้ว่าเป็นชนวนสำคัญ

 

 

เครื่องไล่หนู

Write a comment

Comments: 1